ทรัมป์ลงนามคำสั่งห้ามคนข้ามเพศรับราชการทหาร
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ได้ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยมีเนื้อหาห้ามบุคคลข้ามเพศเข้ารับราชการในกองทัพสหรัฐฯ คำสั่งดังกล่าวมีผลบังคับใช้ทันทีและส่งผลกระทบต่อทหารข้ามเพศที่ประจำการอยู่ประมาณ 15,000 นาย รวมถึงผู้ที่สมัครใจเข้ารับราชการในอนาคต
ตามคำแถลงของทำเนียบขาว คำสั่งนี้มีจุดประสงค์เพื่อรักษาความพร้อมรบและประสิทธิภาพของกองทัพ โดยอ้างถึงค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ที่สูงและการรบกวนวินัยทหาร ทรัมป์กล่าวว่า "กองทัพของเราต้องมุ่งเน้นไปที่การชนะสงคราม ไม่ใช่รองรับวาระทางสังคม"
รายละเอียดคำสั่งและผลกระทบ
คำสั่งฝ่ายบริหารนี้กำหนดให้บุคคลข้ามเพศที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรค dysphoria ทางเพศไม่สามารถรับราชการทหารได้ ยกเว้นในบางกรณีที่ได้รับยกเว้นเป็นรายบุคคล นอกจากนี้ยังห้ามการใช้เงินของกองทัพเพื่อสนับสนุนการผ่าตัดแปลงเพศหรือการรักษาทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง ยกเว้นในกรณีที่จำเป็นเพื่อรักษาสุขภาพของทหารที่ประจำการอยู่ก่อนคำสั่ง
คำสั่งดังกล่าวได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากกลุ่มสิทธิมนุษยชนและองค์กร LGBT+ โดยแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ระบุว่า "นี่เป็นการเลือกปฏิบัติอย่างโจ่งแจ้งและละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน" ขณะที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ยังไม่ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ แต่แหล่งข่าวภายในระบุว่ากองทัพกำลังประเมินผลกระทบต่อกำลังพล
ประเด็นทางกฎหมายและการเมือง
คำสั่งนี้ถือเป็นการกลับนโยบายของรัฐบาลโจ ไบเดน ที่ก่อนหน้านี้ได้ยกเลิกการห้ามคนข้ามเพศรับราชการทหารตั้งแต่ปี 2021 โดยทรัมป์เคยพยายามห้ามคนข้ามเพศในกองทัพตั้งแต่สมัยดำรงตำแหน่งแรก แต่ถูกศาลสั่งระงับไว้ การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ทรัมป์กำลังหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีอีกครั้ง ซึ่งอาจเป็นประเด็นสำคัญในการดึงดูดผู้มีสิทธิเลือกตั้งสายอนุรักษ์นิยม
นักวิเคราะห์คาดว่าคำสั่งนี้จะถูกท้าทายในชั้นศาล โดยกลุ่มสิทธิพลเมืองเตรียมยื่นฟ้องในข้อหาละเมิดรัฐธรรมนูญและกฎหมายว่าด้วยความเท่าเทียมทางเพศ การพิจารณาคดีอาจยืดเยื้อและส่งผลต่อการบังคับใช้ในระยะยาว



