ศาลรัฐธรรมนูญตุรกีชี้ขาด ‘จับกุมขังเอกลาล’ ละเมิดสิทธิ์ สั่งปล่อยตัวอดีตส.ส.
ศาลรัฐธรรมนูญตุรกีชี้ขาดจับกุมขังเอกลาลละเมิดสิทธิ์

ศาลรัฐธรรมนูญของตุรกีมีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2568 ว่าการจับกุมและคุมขังนางคานาต เอกลาล อดีตสมาชิกรัฐสภาจากพรรคประชาธิปไตยประชาชน (HDP) เป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลตามรัฐธรรมนูญ โดยสั่งให้ปล่อยตัวเธอทันที คำตัดสินนี้มีผลผูกพันตามกฎหมาย

รายละเอียดคดีของเอกลาล

นางคานาต เอกลาล ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2568 หลังจากที่เธอเข้าร่วมการชุมนุมประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยในกรุงอังการา เธอถูกตั้งข้อหาละเมิดกฎหมายการชุมนุมและถูกคุมขังในเรือนจำซินจัน ทางตะวันตกของกรุงอังการา ครอบครัวและทนายความของเธอได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ โดยอ้างว่าการจับกุมนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมายและละเมิดสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล

คำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ

ศาลรัฐธรรมนูญตุรกีมีมติ 7 ต่อ 3 เสียงว่า การจับกุมและคุมขังเอกลาลเป็นการกระทำที่ละเมิดมาตรา 19 ของรัฐธรรมนูญตุรกีที่รับรองสิทธิในเสรีภาพและความปลอดภัยของบุคคล ศาลระบุว่าไม่มีหลักฐานเพียงพอที่แสดงว่าเอกลาลกระทำความผิดร้ายแรง และการคุมขังเธอเป็นเวลานานเกินสมควร ถือเป็นการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐาน คำตัดสินนี้มีผลทันทีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องปฏิบัติตาม

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ปฏิกิริยาจากฝ่ายต่างๆ

นางเอกลาลให้สัมภาษณ์หลังทราบคำตัดสินว่า “ฉันรู้สึกขอบคุณศาลรัฐธรรมนูญที่ยืนหยัดเพื่อความยุติธรรม ฉันหวังว่าคำตัดสินนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเคารพสิทธิมนุษยชนในตุรกีมากขึ้น” ทนายความของเธอกล่าวเสริมว่าคดีนี้เป็นตัวอย่างของการใช้อำนาจโดยมิชอบของรัฐบาล ด้านรัฐบาลตุรกียังไม่มีแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ แต่แหล่งข่าวจากทำเนียบประธานาธิบดีระบุว่ากำลังพิจารณาคำตัดสินและอาจยื่นอุทธรณ์

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ผลกระทบต่อสถานการณ์การเมืองตุรกี

คำตัดสินนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดทางการเมืองในตุรกี ซึ่งรัฐบาลภายใต้ประธานาธิบดีเรเจป ไตยิป แอร์โดอัน ถูกวิจารณ์อย่างหนักจากนานาชาติในเรื่องการปราบปรามฝ่ายตรงข้ามและการละเมิดสิทธิมนุษยชน กลุ่มสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ เช่น แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เรียกร้องให้ตุรกีปล่อยตัวนักโทษการเมืองทั้งหมด และเคารพคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ การปล่อยตัวเอกลาลอาจเป็นสัญญาณเชิงบวก แต่ยังคงมีผู้ถูกคุมขังอีกหลายร้อยคนในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการเมือง