สหรัฐฯ-อิสราเอลจับมือคว่ำบาตรกลุ่มฮามาสรอบใหม่
สหรัฐฯ-อิสราเอลจับมือคว่ำบาตรกลุ่มฮามาสรอบใหม่

สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลได้ประกาศมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่ต่อกลุ่มฮามาส โดยมีเป้าหมายไปที่เครือข่ายการเงินและบุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย การประกาศดังกล่าวมีขึ้นเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2568 โดยกระทรวงการคลังสหรัฐฯ และกระทรวงกลาโหมอิสราเอลได้ร่วมกันเปิดเผยข้อมูล

เป้าหมายของการคว่ำบาตร

การคว่ำบาตรครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การตัดแหล่งเงินทุนของกลุ่มฮามาส โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทบังหน้าที่ใช้ในการฟอกเงินและการค้าสกุลเงินดิจิทัล กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่าฮามาสยังคงใช้วิธีการที่ซับซ้อนในการระดมทุน รวมถึงการใช้บริษัทหน้าฉากในประเทศต่างๆ เช่น ตุรกีและเลบานอน

นายเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ กล่าวว่า “เราจะไม่ยอมให้ฮามาสใช้ระบบการเงินโลกเพื่อสนับสนุนการก่อการร้าย”

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

รายชื่อบุคคลและองค์กรที่ถูกคว่ำบาตร

มาตรการคว่ำบาตรครอบคลุมบุคคล 6 ราย และองค์กร 3 แห่ง ซึ่งรวมถึงผู้ประสานงานการเงินของฮามาสในตุรกีและกาตาร์ บุคคลเหล่านี้ถูกกล่าวหาว่าเป็นตัวกลางในการโอนเงินจากอิหร่านและแหล่งอื่นๆ ให้กับกลุ่มฮามาส

นายยูวัล ชไตนิทซ์ รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานอิสราเอล กล่าวว่า “เรากำลังร่วมมือกับสหรัฐฯ เพื่อปิดช่องทางการเงินของฮามาส ทุกดอลลาร์ที่ถูกตัดจะช่วยลดความสามารถในการก่อการร้ายของพวกเขา”

ผลกระทบต่อกลุ่มฮามาส

ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าการคว่ำบาตรครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อความสามารถของฮามาสในการจ่ายเงินเดือนให้สมาชิกและซื้ออาวุธ อย่างไรก็ตาม ฮามาสอาจหันไปใช้วิธีการอื่น เช่น การบริจาคผ่านสกุลเงินดิจิทัลที่ยากต่อการตรวจสอบ

รายงานจากศูนย์วิจัยความมั่นคงแห่งชาติอิสราเอลระบุว่า ฮามาสสูญเสียรายได้ประมาณ 30% จากมาตรการคว่ำบาตรครั้งก่อนหน้านี้ การคว่ำบาตรครั้งใหม่คาดว่าจะลดรายได้ลงอีก 20%

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ปฏิกิริยาจากนานาชาติ

กลุ่มฮามาสประณามการคว่ำบาตรดังกล่าว โดยเรียกมันว่าเป็น “การกระทำที่ไร้มนุษยธรรม” และ “การละเมิดสิทธิของชาวปาเลสไตน์” องค์การสหประชาชาติไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นอย่างเป็นทางการ แต่เจ้าหน้าที่ระดับสูงบางคนแสดงความกังวลว่าการคว่ำบาตรอาจส่งผลกระทบต่อพลเรือนในฉนวนกาซา

ทั้งนี้ สหรัฐฯ และอิสราเอลยืนยันว่ามาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเฉพาะกลุ่มฮามาสเท่านั้น และจะไม่ส่งผลกระทบต่อความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ชาวปาเลสไตน์