เกิดเหตุสลดใจเมื่อนักศึกษาแพทย์หญิงชั้นปีที่ 6 ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เสียชีวิตอย่างปริศนาบนรถโดยสารประจำทาง ขณะเดินทางกลับบ้านที่จังหวัดนครราชสีมา เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2568 เวลาประมาณ 20.00 น. บนรถตู้โดยสารสายกรุงเทพฯ-นครราชสีมา
รายละเอียดเหตุการณ์
ตามรายงานของตำรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา ผู้เสียชีวิตคือ น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 25 ปี นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 6 มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง เธอโดยสารรถตู้จากกรุงเทพฯ เพื่อกลับบ้านพักช่วงปิดเทอม ระหว่างทางพนักงานขับรถสังเกตเห็นว่าเธอไม่ตอบสนองเมื่อถึงจุดจอดปลายทางที่สถานีขนส่งแห่งหนึ่งในจังหวัดนครราชสีมา จึงแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าตรวจสอบ พบว่าเธอเสียชีวิตแล้ว
แพทย์นิติเวชโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาทำการชันสูตรพลิกศพเบื้องต้น ไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยการถูกทำร้าย คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 2-3 ชั่วโมง สาเหตุการเสียชีวิตต้องรอผลการตรวจอย่างละเอียดต่อไป
ญาติไม่ติดใจสาเหตุ
นายสมชาย (นามสมมติ) อายุ 52 ปี บิดาของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ลูกสาวมีโรคประจำตัวเป็นโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ และเคยมีอาการวูบมาก่อน แต่ไม่คิดว่าจะรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต ครอบครัวไม่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิตและไม่ขอให้มีการผ่าชันสูตรเพิ่มเติม โดยจะนำศพไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดบ้านเกิด
“ลูกสาวเป็นคนแข็งแรง เรียนเก่ง ไม่เคยมีปัญหาสุขภาพรุนแรงมาก่อน ครอบครัวเสียใจมาก แต่ก็ยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น” นายสมชายกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
การสอบสวนของตำรวจ
พ.ต.อ.หญิง วรรณภา แก้ววิเชียร ผู้กำกับการ สภ.เมืองนครราชสีมา เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ยังคงสอบสวนพยานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงพนักงานขับรถและผู้โดยสารที่อยู่บนรถตู้คันดังกล่าว เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง ขณะนี้ยังไม่พบพิรุธหรือพฤติกรรมน่าสงสัยใดๆ และเชื่อว่าการเสียชีวิตเกิดจากสาเหตุธรรมชาติ
เบื้องต้นตำรวจได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในรถตู้ พบว่าผู้เสียชีวิตนั่งอยู่เพียงลำพัง ไม่มีปฏิสัมพันธ์กับใครตลอดการเดินทาง และไม่มีผู้ใดขึ้นลงบริเวณที่นั่งของเธอ ก่อนจะพบว่าเธอเสียชีวิตในสภาพนั่งตัวตรง
ด้านนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะเป็นสาเหตุการเสียชีวิตเฉียบพลันที่พบบ่อยในคนหนุ่มสาว โดยเฉพาะผู้ที่มีความเครียดสูงหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ ซึ่งตรงกับพฤติกรรมของนักศึกษาแพทย์ที่มักมีภาระการเรียนหนัก
ข้อแนะนำสำหรับผู้โดยสาร
เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้ผู้โดยสารที่เดินทางไกลควรดูแลสุขภาพของตนเอง โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรพกยาติดตัวและแจ้งพนักงานขับรถหรือเพื่อนร่วมเดินทางหากมีอาการผิดปกติ นอกจากนี้บริษัทขนส่งควรมีอุปกรณ์ช่วยชีวิตเบื้องต้น เช่น เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ (AED) ประจำรถโดยสาร เพื่อเพิ่มโอกาสรอดชีวิตในกรณีฉุกเฉิน
สำหรับการเสียชีวิตครั้งนี้ ญาติได้นำศพไปบำเพ็ญกุศลที่วัดบ้านหนองกระทุ่ม อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา โดยกำหนดสวดพระอภิธรรมเป็นเวลา 3 คืน และฌาปนกิจในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2568



