AOT คาดปี 2570 การบินโต 2% แม้ปัจจัยเสี่ยงกดดัน
นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT เปิดเผยว่า ในช่วง 8 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 (ตุลาคม 2568 - พฤษภาคม 2569) ท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของ AOT มีเที่ยวบินรวม 552,119 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 1.38% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่มีผู้โดยสารรวม 90.98 ล้านคน เพิ่มขึ้น 2.76% แบ่งเป็นผู้โดยสารระหว่างประเทศ 55.2 ล้านคน และผู้โดยสารภายในประเทศ 35.7 ล้านคน
อย่างไรก็ตาม AOT ได้ปรับลดประมาณการการเติบโตของผู้โดยสารลงจากเดิมที่คาดไว้ราว 6% เหลือประมาณ 3% และล่าสุดประเมินว่าทั้งปีอาจเติบโตไม่ถึง 1% หลังสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลต่อราคาน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญของสายการบิน
แนวโน้มระยะยาวยังสดใส เอเชียเป็นปัจจัยหนุน
สำหรับปีงบประมาณ 2570 AOT คาดว่าจำนวนผู้โดยสารจะกลับมาเติบโตประมาณ 2% จากฐานปีนี้ที่คาดว่าจะทรงตัว โดยประเมินว่าจำนวนผู้โดยสารรวมอาจเพิ่มจาก 126 ล้านคน เป็นประมาณ 128.5-129 ล้านคน หากสถานการณ์สงครามคลี่คลายลง แม้ว่าราคาน้ำมันอาจยังอยู่ในระดับสูงต่อไปอีกระยะหนึ่ง
นางสาวปวีณากล่าวว่า AOT ยังคงมีมุมมองบวกต่อแนวโน้มการเดินทางทางอากาศในระยะยาว โดยอ้างอิงข้อมูลคาดการณ์จากองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) สภาท่าอากาศยานระหว่างประเทศ (ACI) รวมถึงที่ปรึกษาระดับโลก ซึ่งประเมินว่าในอีก 20 ปีข้างหน้า จำนวนผู้โดยสารทางอากาศทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นราว 20% จากปัจจุบันที่มีการเดินทางประมาณ 5,000 ล้านคน และประเทศไทยเป็น 1 ใน 5 ประเทศที่จะได้รับประโยชน์จากการเติบโตดังกล่าว เนื่องจากการขยายตัวส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในภูมิภาคเอเชีย
ลงทุน 3 แสนล้าน ขยายสนามบิน 6 แห่ง
เพื่อรองรับแนวโน้มดังกล่าว AOT จึงได้เร่งพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงเทคโนโลยี ของ 6 สนามบินที่กำกับดูแลภายใต้งบ 300,000 ล้านบาท เพื่อให้สามารถรองรับปริมาณนักท่องเที่ยวได้ 160 ล้านคนต่อปี ภายในปี 2577 โดยที่งบลงทุนในช่วงระยะแรกจะนำรายได้จากค่าบริการผู้โดยสารขาออก หรือ PSC มาบริหารในการดำเนินการโครงการแทนการกู้เงินเพื่อเลี่ยงกระทบต่อหนี้สาธารณะ
โดย AOT จะเดินหน้าขยายท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเร่งก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารทางทิศตะวันออก เพื่อเพิ่มพื้นที่การใช้งานจำนวน 81,000 ตารางเมตร คาดแล้วเสร็จปี 2574 ควบคู่กับการพัฒนาทางด้านใต้กว่า 750,000 ตารางเมตร แบ่งการก่อสร้างออกเป็นระยะ ขณะนี้อยู่ระหว่างการออกแบบ คาดว่าจะสามารถเริ่มก่อสร้างได้ในปี 2572 เปิดให้บริการด้านทิศใต้ระยะแรกได้ปี 2576 และเมื่อส่วนต่อขยายทั้งสองส่วนแล้วเสร็จ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิสามารถรองรับผู้โดยสารได้ 70 ล้านคน
ดอนเมือง-ภูเก็ต-เชียงใหม่ เร่งเครื่องขยาย
ส่วนท่าอากาศยานดอนเมือง AOT อยู่ระหว่างผลักดันโครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารแห่งที่ 3 และ Junction Terminal เพื่อเพิ่มขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารเป็น 40 ล้านคนต่อปี พร้อมปรับปรุงระบบคมนาคมและการจราจรภายในสนามบิน หลังเปิดให้บริการมายาวนานกว่า 112 ปี
ด้านท่าอากาศยานเชียงใหม่ อยู่ระหว่างทบทวนแผนพัฒนาอาคารผู้โดยสารแห่งใหม่ เพื่อรองรับเที่ยวบินระหว่างประเทศและภายในประเทศร่วมกัน ขณะที่ท่าอากาศยานภูเก็ต ซึ่งมีขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารสูงสุด 18 ล้านคนต่อปี และปัจจุบันมีผู้โดยสารอยู่ที่ 17.3 ล้านคน อยู่ระหว่างออกแบบโครงการขยายอาคารผู้โดยสารในช่วงปี 2571-2574 เพื่อแก้ปัญหาความแออัด
หาดใหญ่-เชียงราย ปรับปรุงรับการเติบโต
สำหรับท่าอากาศยานหาดใหญ่ ซึ่งปัจจุบันมีผู้โดยสาร 3.3 ล้านคนต่อปี สูงกว่าขีดความสามารถอาคารที่รองรับได้ 2.5 ล้านคน กำลังอยู่ระหว่างจัดทำแผนแม่บทเพื่อรองรับการขยายตัวในอนาคต ขณะที่ท่าอากาศยานเชียงรายเตรียมปรับปรุงอาคารผู้โดยสารและยกระดับการให้บริการ โดยอยู่ระหว่างจัดทำร่างขอบเขตงาน (TOR) เพื่อหาผู้รับจ้างดำเนินโครงการ
ในด้านผลประกอบการ นางสาวปวีณาระบุว่า AOT อยู่ในช่วงการปรับองค์กรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน โดยในช่วง 2 ไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2569 รายจ่ายเพิ่มขึ้นเพียง 2% ต่ำกว่าระดับปกติที่มักเพิ่มขึ้นประมาณ 8-10% ต่อปี สะท้อนความพยายามในการบริหารต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานขององค์กร ขณะเดียวกัน AOT ยังเดินหน้าพัฒนาแหล่งรายได้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับกิจการการบิน ผ่านการพัฒนาพื้นที่ว่างรอบสนามบินกว่า 2,000 ไร่ ทั้งโครงการโรงแรม โลจิสติกส์ สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า และกิจกรรมสนับสนุนธุรกิจการบิน เพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติมในอนาคต



