สหรัฐอเมริกาเริ่มเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียมในอัตรา 25% ตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม 2568 เป็นต้นไป ตามประกาศของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยมีผลบังคับใช้กับทุกประเทศ ยกเว้นบางประเทศที่ได้รับการยกเว้นชั่วคราว เช่น อาร์เจนตินา ออสเตรเลีย แคนาดา เม็กซิโก เกาหลีใต้ และบราซิล ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจา
รายละเอียดมาตรการและข้อยกเว้น
มาตรการดังกล่าวครอบคลุมผลิตภัณฑ์เหล็กและอลูมิเนียมทุกประเภท รวมถึงผลิตภัณฑ์แปรรูป โดยสหรัฐฯ อ้างเหตุผลด้านความมั่นคงแห่งชาติ ตามมาตรา 232 ของกฎหมายการค้า ปี 2505 การเก็บภาษีนี้มีเป้าหมายเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศจากการนำเข้าที่ไม่เป็นธรรม และลดการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ
สำหรับประเทศที่ได้รับการยกเว้นชั่วคราวนั้น จะต้องเจรจาข้อตกลงโควตาการส่งออกกับสหรัฐฯ ภายใน 30 วัน หากไม่สามารถตกลงกันได้ ก็จะถูกเรียกเก็บภาษีเช่นกัน
ผลกระทบต่อการค้าโลกและไทย
มาตรการนี้ส่งผลกระทบต่อการค้าโลกอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะประเทศผู้ส่งออกเหล็กและอลูมิเนียมรายใหญ่ เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสหภาพยุโรป ซึ่งต่างแสดงความกังวลและเตรียมตอบโต้ทางภาษี
สำหรับประเทศไทย แม้จะไม่ใช่ผู้ส่งออกเหล็กและอลูมิเนียมรายใหญ่ไปยังสหรัฐฯ แต่ก็อาจได้รับผลกระทบทางอ้อม เนื่องจากสินค้าไทยบางประเภท เช่น ชิ้นส่วนยานยนต์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ต้องใช้เหล็กและอลูมิเนียมเป็นวัตถุดิบ หากต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น ก็จะกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทย
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ไทยกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมมาตรการรองรับ เช่น การหาตลาดส่งออกใหม่ และการเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อขอข้อยกเว้น
ปฏิกิริยาจากประเทศคู่ค้า
สหภาพยุโรปประกาศเตรียมตอบโต้ด้วยการเก็บภาษีสินค้าสหรัฐฯ เช่น แจ็กเก็ตยีนส์ รถจักรยานยนต์ และวิสกี้ ในอัตรา 25% รวมมูลค่ากว่า 2.8 พันล้านยูโร ขณะที่จีนเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยกเลิกมาตรการดังกล่าว และอาจใช้มาตรการตอบโต้ทางภาษีเช่นกัน
ด้านญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ กำลังเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อขอข้อยกเว้น โดยญี่ปุ่นเสนอให้มีการเจรจาโควตา ส่วนเกาหลีใต้เสนอให้ลดภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ บางรายการเป็นการแลกเปลี่ยน
แนวโน้มในอนาคต
นักวิเคราะห์คาดว่ามาตรการนี้จะทำให้ราคาเหล็กและอลูมิเนียมในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น และอาจนำไปสู่สงครามการค้ารอบใหม่ เนื่องจากหลายประเทศเตรียมตอบโต้ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกที่กำลังฟื้นตัว
สำหรับไทย กระทรวงพาณิชย์จะประชุมร่วมกับผู้ประกอบการเพื่อประเมินผลกระทบและวางแผนรับมือ รวมถึงการเร่งเจรจาการค้าเสรีกับประเทศอื่น ๆ เพื่อลดผลกระทบจากการกีดกันทางการค้า



