พาณิชย์หยุดรับ Walk-In จดทะเบียนนิติบุคคล เริ่ม 1 ก.ค. 2569
พาณิชย์หยุด Walk-In จดทะเบียนนิติบุคคล 1 ก.ค. 2569

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ประกาศยุติการให้บริการจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนและบริษัทรายใหม่ผ่านช่องทาง Walk-In อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป โดยให้บริการผ่านระบบออนไลน์ DBD Biz Regist เพียงช่องทางเดียวทั่วประเทศ

เดินหน้าการจดทะเบียนออนไลน์เต็มรูปแบบ

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า ในปี 2568 มีคำขอจดทะเบียนนิติบุคคลรวมทั้งสิ้น 348,690 คำขอ แบ่งเป็น การจัดตั้งห้างหุ้นส่วนบริษัท 85,083 คำขอ การเปลี่ยนแปลง 236,686 คำขอ และการเสร็จการชำระบัญชี 26,921 คำขอ โดยกรมฯ ได้ผลักดันการให้บริการผ่านระบบออนไลน์ในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา เพื่อเพิ่มความสะดวกและรวดเร็ว ส่งผลให้พฤติกรรมของผู้ประกอบธุรกิจเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ

สถิติการใช้บริการออนไลน์เพิ่มสูงขึ้น

สถิติผู้ใช้บริการจดทะเบียนนิติบุคคลผ่านระบบ DBD Biz Regist ในเดือนเมษายน 2569 สูงถึง 89.05% เมื่อเทียบกับเดือนกันยายนที่ผ่านมาที่ 68.15% โดยเฉพาะการจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนและบริษัทใหม่มีผู้ใช้บริการถึง 94.59% จากเดิม 76.95% ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจที่มีต่อระบบดิจิทัลของกรมฯ ที่ตอบโจทย์ความต้องการในการทำธุรกรรมออนไลน์ที่สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ยุติบริการ Walk-In เพื่อรองรับเทคโนโลยี

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจึงขอยุติการให้บริการจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัดในรูปแบบ Walk-In (กระดาษ) ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เพื่อสอดรับกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและตอบโจทย์ความต้องการของภาคธุรกิจและประชาชน ผลักดันให้ผู้ประกอบธุรกิจดำเนินการจดทะเบียนผ่านระบบ DBD Biz Regist เพียงช่องทางเดียว

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ประโยชน์ที่ภาคธุรกิจจะได้รับ

  • ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาติดต่อที่สำนักงานกรมพัฒนาธุรกิจการค้าหรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัด
  • ลดการติดต่อแบบเผชิญหน้าระหว่างเจ้าหน้าที่กับภาคธุรกิจและประชาชน ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของการเรียกรับผลประโยชน์หรือการทุจริตคอร์รัปชันในภาครัฐ

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนภาครัฐไทยสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) อย่างเต็มรูปแบบ ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น