ศูนย์วิจัยกรุงไทย (Krungthai COMPASS) คาดการณ์ว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 2.50 ต่อปี ไปจนถึงสิ้นปี 2567 เนื่องจากเศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวไม่เต็มที่และแรงกดดันด้านเงินเฟ้อลดลง
ปัจจัยสนับสนุนการคงดอกเบี้ย
ศูนย์วิจัยกรุงไทยระบุว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2567 มีแนวโน้มขยายตัวได้ที่ร้อยละ 3.2 ซึ่งยังต่ำกว่าศักยภาพ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มอยู่ในกรอบเป้าหมายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ร้อยละ 1-3 อย่างไรก็ตาม ยังมีความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอก เช่น การฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนและนโยบายการเงินของสหรัฐฯ
ผลกระทบต่อผู้บริโภคและธุรกิจ
การคงดอกเบี้ยนโยบายจะช่วยให้ต้นทุนการกู้ยืมของภาคธุรกิจและผู้บริโภคไม่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อการบริโภคและการลงทุนภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีภาระหนี้สินยังควรบริหารจัดการการเงินอย่างรอบคอบ เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้านี้
- ดอกเบี้ยนโยบายคงที่ช่วยลดภาระหนี้ของภาคครัวเรือน
- ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ได้รับประโยชน์จากต้นทุนทางการเงินที่ไม่เพิ่มขึ้น
- นักลงทุนควรติดตามนโยบายการเงินของต่างประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐฯ และจีน
มุมมองต่อเศรษฐกิจไทยปี 2567
ศูนย์วิจัยกรุงไทยมองว่าเศรษฐกิจไทยยังเผชิญความท้าทายหลายด้าน เช่น หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และการส่งออกที่ชะลอตัว อย่างไรก็ตาม การท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวต่อเนื่องจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ขณะที่การลงทุนภาครัฐและเอกชนจะช่วยสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจ
สำหรับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในระยะต่อไป ศูนย์วิจัยกรุงไทยคาดว่า กนง. อาจปรับลดดอกเบี้ยลงในปี 2568 หากเศรษฐกิจยังฟื้นตัวช้าและเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ แต่อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงจากต่างประเทศอย่างใกล้ชิด



