ราคาทองคำปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงในการซื้อขายวันนี้ หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งเกินคาด ส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น และลดความน่าสนใจของทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐแข็งแกร่งกดดันราคาทองคำ
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่ายอดค้าปลีกเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้น 0.2% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 0.1% ขณะที่ยอดค้าปลีกเดือนพฤษภาคมถูกปรับเพิ่มขึ้นเป็น 0.5% จากเดิมที่รายงานว่าเพิ่มขึ้น 0.3% ตัวเลขที่แข็งแกร่งนี้บ่งชี้ว่าผู้บริโภคสหรัฐยังคงใช้จ่ายอย่างคึกคัก ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว
นอกจากนี้ ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้น 0.1% เมื่อเทียบรายเดือน สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะทรงตัว ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้น 0.2% เมื่อเทียบรายเดือน สอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ตาม อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานซึ่งไม่รวมอาหารและพลังงาน ยังคงทรงตัวที่ระดับ 0.1%
ดอลลาร์แข็งค่ากดดันราคาทองคำ
ข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่นๆ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งวัดค่าดอลลาร์เทียบกับตะกร้าสกุลเงิน ปรับตัวขึ้น 0.3% แตะที่ระดับ 104.50 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบเกือบสองสัปดาห์ การแข็งค่าของดอลลาร์ทำให้ทองคำซึ่งซื้อขายในสกุลเงินดอลลาร์มีราคาแพงขึ้นสำหรับผู้ถือสกุลเงินอื่น ส่งผลให้ความต้องการทองคำลดลง
นายจอห์น วิลเลียมส์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ก กล่าวว่า ตัวเลขเศรษฐกิจล่าสุดบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐยังคงแข็งแกร่ง แต่เฟดยังคงต้องจับตาดูข้อมูลเงินเฟ้ออย่างใกล้ชิด ก่อนที่จะตัดสินใจเกี่ยวกับนโยบายการเงินต่อไป คำกล่าวนี้ทำให้นักลงทุนลดความคาดหวังที่ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเร็วๆ นี้ ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อทองคำ
ราคาทองคำร่วงกว่า 1%
ราคาทองคำสปอตปรับตัวลดลง 1.2% มาอยู่ที่ 2,390.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่สัญญาทองคำล่วงหน้าส่งมอบเดือนสิงหาคม ลดลง 1.3% แตะที่ 2,398.20 ดอลลาร์ต่อออนซ์ การร่วงลงครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากราคาทองคำพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 2,483.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ ซีเอ็มซี มาร์เก็ตส์ กล่าวว่า “ราคาทองคำกำลังเผชิญกับแรงกดดันจากข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ ซึ่งช่วยหนุนดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ นักลงทุนจึงลดการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย”
ปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลต่อราคาทองคำ
นอกจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจสหรัฐแล้ว ความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ลดลงยังเป็นปัจจัยลบต่อราคาทองคำ เนื่องจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยลดลง อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายการเงินของเฟดและความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจจีนยังคงเป็นปัจจัยที่อาจหนุนราคาทองคำในระยะยาว
กองทุนทองคำ SPDR Gold Trust ซึ่งเป็นกองทุน ETF ทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลก รายงานว่าถือครองทองคำเพิ่มขึ้น 0.3% ในวันพุธ สะท้อนว่านักลงทุนบางส่วนยังคงมองว่าการปรับตัวลงของราคาทองคำเป็นโอกาสในการซื้อ
นักวิเคราะห์คาดว่าราคาทองคำอาจเคลื่อนไหวผันผวนในระยะสั้น โดยขึ้นอยู่กับถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟดและข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่จะประกาศในสัปดาห์หน้า โดยเฉพาะดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ



