คณะรัฐมนตรี (ครม.) เตรียมพิจารณาเพิ่มวงเงินกู้อีก 1.5 แสนล้านบาท ภายใต้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม วงเงินรวม 5 แสนล้านบาท ซึ่งจะทำให้วงเงินกู้รวมเพิ่มเป็น 6.5 แสนล้านบาท โดยคาดว่าจะเสนอต่อรัฐสภาในสัปดาห์หน้า
รายละเอียดการเพิ่มวงเงินกู้
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า ครม. จะมีการหารือเกี่ยวกับการเพิ่มวงเงินกู้ดังกล่าวในการประชุมวันที่ 15 มิถุนายน 2564 โดยเป็นการปรับเพิ่มวงเงินตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เพื่อรองรับมาตรการเยียวยาและกระตุ้นเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่
ทั้งนี้ พ.ร.ก. กู้เงิน 5 แสนล้านบาท เดิมมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนเมษายน 2563 โดยแบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่ 1) วงเงิน 4.5 แสนล้านบาท สำหรับโครงการลงทุนและฟื้นฟูเศรษฐกิจ 2) วงเงิน 4.5 หมื่นล้านบาท สำหรับสาธารณสุขและเยียวยาประชาชน และ 3) วงเงิน 5 พันล้านบาท สำหรับปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ
การนำเสนอต่อรัฐสภา
นายกรัฐมนตรี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา กล่าวว่า รัฐบาลจำเป็นต้องกู้เงินเพิ่มเพื่อดูแลประชาชนและเศรษฐกิจให้ผ่านพ้นวิกฤตโควิด-19 โดยจะเร่งนำเสนอร่าง พ.ร.ก. กู้เงินเพิ่มเติมต่อรัฐสภาในสัปดาห์หน้า ซึ่งคาดว่าจะผ่านการพิจารณาได้ทันก่อนปิดสมัยประชุม
ด้านฝ่ายค้านได้ตั้งข้อสังเกตถึงความจำเป็นในการกู้เงินเพิ่ม โดยระบุว่ารัฐบาลควรชี้แจงถึงการใช้เงินกู้เดิมที่ยังไม่ได้ใช้ทั้งหมด รวมถึงมาตรการติดตามตรวจสอบการใช้เงินให้โปร่งใส
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ
การเพิ่มวงเงินกู้ครั้งนี้จะช่วยสนับสนุนมาตรการเยียวยา เช่น โครงการคนละครึ่ง เราชนะ และการจ้างงาน รวมถึงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม นักวิชาการบางส่วนกังวลว่าหนี้สาธารณะของไทยจะเพิ่มสูงขึ้น โดยปัจจุบันอยู่ที่ร้อยละ 58.6 ของ GDP ซึ่งยังอยู่ในกรอบวินัยทางการเงินที่ร้อยละ 60 ของ GDP
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การกู้เงินเพิ่มยังอยู่ในกรอบวินัยการเงินการคลัง และจะช่วยพยุงเศรษฐกิจไม่ให้ซบเซาลงไปกว่านี้ โดยประเมินว่าจีดีพีปี 2564 จะขยายตัวร้อยละ 1.5-2.5



