ทางการอิหร่านกำลังสอบสวนเหตุการณ์ที่แฟนบอลหญิงถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าชมการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกที่กรุงเตหะราน ซึ่งถือเป็นการละเมิดกฎของฟีฟ่าที่ห้ามการเลือกปฏิบัติทางเพศ
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ระหว่างการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก 2026 โซนเอเชียระหว่างอิหร่านและเติร์กเมนิสถานเมื่อวันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา มีรายงานว่าแฟนบอลหญิงจำนวนหนึ่งถูกห้ามไม่ให้เข้าสนามอซาดีในกรุงเตหะราน ทั้งที่ฟีฟ่าได้กำหนดให้สมาคมฟุตบอลอิหร่านอนุญาตให้ผู้หญิงเข้าชมการแข่งขันได้อย่างเสรี
สำนักข่าวของทางการอิหร่านรายงานว่า รัฐมนตรีกระทรวงกีฬาได้สั่งการให้สอบสวนข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยระบุว่าหากพบว่ามีการละเมิดจริง จะดำเนินการทางวินัยกับผู้ที่เกี่ยวข้อง
แรงกดดันจากฟีฟ่า
ฟีฟ่าได้ออกมาแสดงความกังวลเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ โดยโฆษกของฟีฟ่ากล่าวว่า "เรากำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และคาดหวังให้สมาคมฟุตบอลอิหร่านปฏิบัติตามกฎของฟีฟ่าอย่างเคร่งครัด"
ก่อนหน้านี้ อิหร่านถูกแบนจากฟีฟ่าหลายครั้งในประเด็นการจำกัดสิทธิสตรีในการเข้าชมกีฬา แต่ในปี 2019 ฟีฟ่าได้ผ่อนปรนให้ผู้หญิงเข้าชมการแข่งขันฟุตบอลโลก รอบคัดเลือกได้ หลังจากมีการประท้วงจากนานาชาติ
ปฏิกิริยาจากกลุ่มสิทธิสตรี
กลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิสตรีในอิหร่านออกมาประณามการกระทำดังกล่าว โดยระบุว่าเป็นการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ และเรียกร้องให้ฟีฟ่าลงโทษสมาคมฟุตบอลอิหร่านอย่างเด็ดขาด
“การแบนผู้หญิงออกจากสนามฟุตบอลเป็นการกระทำที่ย้อนยุคและไม่เป็นที่ยอมรับ” โฆษกกลุ่ม Open Stadiums กล่าว “เราขอให้ฟีฟ่าใช้มาตรการที่เข้มงวดเพื่อให้แน่ใจว่าผู้หญิงอิหร่านจะได้รับสิทธิเท่าเทียมในการเข้าชมกีฬา”
ผลกระทบต่อทีมชาติอิหร่าน
หากฟีฟ่าพบว่าอิหร่านละเมิดกฎจริง อาจส่งผลให้ทีมชาติอิหร่านถูกปรับหรือถูกแบนจากการแข่งขันในระดับนานาชาติ ซึ่งจะเป็นผลเสียต่อวงการฟุตบอลอิหร่านอย่างมาก
การสอบสวนครั้งนี้ยังเป็นที่จับตาของนานาชาติ เนื่องจากอิหร่านกำลังเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลเอเชียนคัพ 2027 ร่วมกับซาอุดีอาระเบีย ซึ่งการละเมิดสิทธิสตรีอาจส่งผลกระทบต่อการเป็นเจ้าภาพ



