พายุถล่มภาคเหนือ 14 จังหวัด เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย
พายุถล่มภาคเหนือ 14 จังหวัด เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย

พายุฤดูร้อนพัดถล่มภาคเหนือของประเทศไทยเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2567 ส่งผลให้เกิดความเสียหายใน 14 จังหวัด รวมถึงเชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง และแพร่ มีรายงานบ้านเรือนเสียหายกว่า 1,200 หลัง และพื้นที่เกษตรกรรมได้รับผลกระทบกว่า 5,000 ไร่

รายละเอียดความเสียหาย

ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติ รายงานว่าจังหวัดที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือเชียงใหม่ มีบ้านเรือนเสียหาย 350 หลัง รองลงมาคือเชียงราย 280 หลัง และลำปาง 210 หลัง นอกจากนี้ยังมีต้นไม้ล้มทับสายไฟฟ้าในหลายพื้นที่ทำให้ไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า "เราได้สั่งการให้ทุกจังหวัดเร่งสำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือเบื้องต้น โดยเฉพาะการแจกจ่ายถุงยังชีพและวัสดุซ่อมแซมบ้านเรือน"

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การช่วยเหลือผู้ประสบภัย

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ส่งเจ้าหน้าที่และเครื่องมือเข้าไปในพื้นที่เพื่อเร่งซ่อมแซมสิ่งสาธารณูปโภคที่เสียหาย โดยเฉพาะระบบไฟฟ้าและประปา นอกจากนี้ยังมีการตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวใน 5 จังหวัดเพื่อรองรับผู้ที่ได้รับผลกระทบ

นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ระบุว่า "การช่วยเหลือจะเน้นที่การฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะพื้นที่เกษตรที่เสียหาย เราจะประสานกับกระทรวงเกษตรฯ เพื่อให้การช่วยเหลือด้านเมล็ดพันธุ์และปัจจัยการผลิต"

ผลกระทบต่อประชาชน

พายุลูกนี้ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 12 ราย และไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต อย่างไรก็ตาม ประชาชนในพื้นที่ประสบภัยยังคงต้องเผชิญกับปัญหาขาดแคลนน้ำสะอาดและไฟฟ้าใช้ โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

นางสาวอรอนงค์ ชัยชนะ ชาวบ้านในอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า "ฝนตกหนักและลมแรงมาก หลังคาบ้านปลิวหายไปหมด ตอนนี้ต้องอาศัยอยู่กับญาติชั่วคราว อยากให้หน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือเร็วๆ"

แนวโน้มสภาพอากาศ

กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าพายุฤดูร้อนจะยังคงมีกำลังแรงในภาคเหนือตอนบนไปจนถึงวันที่ 23 พฤษภาคม ก่อนจะเคลื่อนตัวลงสู่ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและเตรียมพร้อมรับมือ