สถานการณ์ไข้เลือดออกในประเทศไทยกำลังน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง เนื่องจากยอดผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นถึง 8 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยมีผู้เสียชีวิตแล้ว 17 ราย ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่าตั้งแต่ต้นปี 2568 จนถึงสัปดาห์ที่ 10 มีผู้ป่วยสะสมมากกว่า 20,000 ราย ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังอย่างมีนัยสำคัญ
ยอดผู้ป่วยพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์
นายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า สถานการณ์ไข้เลือดออกในปีนี้รุนแรงกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคกลางและภาคใต้ที่มีฝนตกชุก ทำให้แหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายเพิ่มมากขึ้น กลุ่มอายุที่พบผู้ป่วยมากที่สุดคือวัยเรียนอายุ 5-14 ปี รองลงมาคือกลุ่มวัยทำงานอายุ 15-34 ปี ส่วนผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคอ้วน
“เราพบว่าผู้ป่วยไข้เลือดออกปีนี้มีจำนวนมากกว่าปีที่แล้วถึง 8 เท่า ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าการระบาดกำลังรุนแรงขึ้น ประชาชนต้องช่วยกันกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายในบ้านและชุมชน” นายแพทย์ธงชัยกล่าว
จังหวัดที่ได้รับผลกระทบหนัก
จังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา และนครศรีธรรมราช โดยกรุงเทพมหานครมีผู้ป่วยมากกว่า 3,000 ราย เสียชีวิต 3 ราย ส่วนชลบุรีมีผู้ป่วยกว่า 1,500 ราย เสียชีวิต 2 ราย กรมควบคุมโรคได้สั่งการให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกแห่งเร่งรณรงค์ควบคุมโรค พร้อมทั้งจัดทีมสอบสวนโรคเคลื่อนที่เร็วลงพื้นที่เมื่อมีรายงานผู้ป่วย
อาการและวิธีป้องกัน
ไข้เลือดออกมีอาการสำคัญคือไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และอาจมีจุดเลือดออกตามผิวหนัง หากมีอาการรุนแรงอาจทำให้เกิดภาวะช็อกและเสียชีวิตได้ กรมควบคุมโรคแนะนำให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการ 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค ได้แก่ เก็บบ้านไม่ให้เป็นที่เกาะพักของยุง เก็บขยะไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ และเก็บน้ำปิดฝาให้มิดชิด นอกจากนี้ควรทายากันยุงและนอนในมุ้งเพื่อป้องกันยุงกัด
การรักษาและคำแนะนำ
หากสงสัยว่าติดเชื้อไข้เลือดออก ควรรีบพบแพทย์ทันที ห้ามซื้อยามารับประทานเอง โดยเฉพาะยากลุ่ม NSAIDs เช่น ไอบูโพรเฟน แอสไพริน เพราะอาจทำให้เลือดออกมากขึ้น การรักษาหลักคือการให้สารน้ำตามอาการ และเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อน โรงพยาบาลทุกแห่งได้เตรียมความพร้อมในการรองรับผู้ป่วย โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยง
กรมควบคุมโรคยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันกำจัดลูกน้ำยุงลายในภาชนะกักเก็บน้ำทุกชนิด อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง เพื่อลดความเสี่ยงในการระบาดของโรคไข้เลือดออกในวงกว้าง



