คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.50% ต่อเนื่อง ในการประชุมวันที่ 10 เมษายน 2567 โดยเป็นการคงดอกเบี้ยครั้งที่ 3 ติดต่อกัน หลังจากที่ปรับขึ้นมาแล้ว 8 ครั้งในรอบที่ผ่านมา
เหตุผลที่คงดอกเบี้ย
นางสาวสุวรรณี คำมีสุข ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในฐานะเลขานุการ กนง. เปิดเผยว่า คณะกรรมการฯ เห็นว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบายปัจจุบันอยู่ในระดับที่สอดคล้องกับการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเงินในระยะยาว โดยเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวได้ต่อเนื่อง แต่ยังมีความไม่แน่นอนสูง โดยเฉพาะจากปัจจัยภายนอก
ปรับลดประมาณการ GDP ปี 2567
กนง. ปรับลดประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยในปี 2567 ลงเหลือ 2.6% จากเดิมคาดการณ์ไว้ที่ 2.8% โดยมีสาเหตุหลักจากการส่งออกที่ฟื้นตัวช้ากว่าที่คาด และการบริโภคภาคเอกชนที่ชะลอตัวลง ขณะที่การท่องเที่ยวยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ
สำหรับปี 2568 กนง. คาดการณ์ GDP ไว้ที่ 3.0% ซึ่งใกล้เคียงกับศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ
อัตราเงินเฟ้อและค่าเงินบาท
กนง. คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2567 จะอยู่ที่ 1.0% ลดลงจากเดิมที่คาดไว้ 1.1% เนื่องจากราคาพลังงานและอาหารสดมีแนวโน้มลดลง ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานคาดว่าจะอยู่ที่ 0.8%
ด้านค่าเงินบาท กนง. ประเมินว่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ตามทิศทางของค่าเงินในภูมิภาค เนื่องจากความไม่แน่นอนของนโยบายการเงินสหรัฐฯ
มุมมองต่อเศรษฐกิจไทย
กรรมการ กนง. ระบุว่า เศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน โดยเฉพาะกำลังซื้อที่ฟื้นตัวไม่ทั่วถึง และหนี้สินครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งอาจส่งผลต่อการบริโภคในระยะต่อไป ขณะที่การส่งออกยังได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว
อย่างไรก็ตาม ภาคการท่องเที่ยวยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญ โดยคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2567 จะอยู่ที่ 36 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า
นโยบายการเงินในระยะต่อไป
กนง. ย้ำว่า การดำเนินนโยบายการเงินในระยะต่อไปจะขึ้นอยู่กับแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ รวมถึงความเสี่ยงต่อเสถียรภาพระบบการเงิน โดยพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนนโยบายหากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ
ทั้งนี้ การตัดสินใจคงดอกเบี้ยครั้งนี้เป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่ากนง. จะคงดอกเบี้ยต่อเนื่องไปจนถึงกลางปี 2567 ก่อนที่จะเริ่มพิจารณาปรับลดดอกเบี้ยในช่วงครึ่งหลังของปี



