คนที่ชื่นชอบอาหารรสจัด โดยเฉพาะรสเผ็ด อาจต้องหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น หลังจากผลการศึกษาใหม่ชี้ว่าการบริโภคอาหารรสเผ็ดเป็นประจำสามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหารได้ถึง 2 เท่า เมื่อเทียบกับผู้ที่ทานน้อยครั้งกว่า
ผลวิจัยชัดเจน: เผ็ดจัดเพิ่มความเสี่ยง
การศึกษานี้ดำเนินการโดยคณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยการแพทย์แห่งหนึ่งในประเทศจีน โดยวิเคราะห์ข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างกว่า 500,000 คน ติดตามพฤติกรรมการกินและสุขภาพเป็นระยะเวลานานถึง 10 ปี ผลลัพธ์ที่ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์นานาชาติระบุว่าผู้ที่บริโภคอาหารรสเผ็ดมากกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์ มีความเสี่ยงต่อมะเร็งกระเพาะอาหารสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
“เราพบว่าความสัมพันธ์ระหว่างอาหารรสเผ็ดกับมะเร็งกระเพาะอาหารมีความชัดเจน โดยเฉพาะในกลุ่มที่ดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ร่วมด้วย ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า” ดร.หลี่ เว่ย หัวหน้าคณะวิจัยกล่าว
กลไกการเกิดมะเร็งจากความเผ็ด
สารแคปไซซินซึ่งให้ความเผ็ดในพริก สามารถระคายเคืองเยื่อบุกระเพาะอาหาร ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง และกระตุ้นให้เกิดการแบ่งตัวของเซลล์ผิดปกติ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของมะเร็ง นอกจากนี้การทานเผ็ดร่วมกับอาหารปิ้งย่างหรืออาหารแปรรูปที่มีสารก่อมะเร็ง ยิ่งเพิ่มความเสี่ยง
ศาสตราจารย์สมศักดิ์ อัครวงศ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินอาหาร กล่าวว่า “คนไทยกินอาหารรสจัดเป็นปกติ แต่ควรลดความถี่และปริมาณ โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร หรือมีภาวะกรดไหลย้อน ควรหลีกเลี่ยงอาหารเผ็ดจัด”
สถิติมะเร็งกระเพาะอาหารในไทย
จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข พบว่ามะเร็งกระเพาะอาหารเป็นมะเร็งที่พบบ่อยเป็นอันดับ 5 ในเพศชาย และอันดับ 7 ในเพศหญิงของไทย โดยมีผู้ป่วยรายใหม่ประมาณ 10,000 รายต่อปี การเสียชีวิตจากโรคนี้สูงถึง 70% ของผู้ป่วยทั้งหมด เนื่องจากมักตรวจพบในระยะลุกลาม
คำแนะนำในการปรับพฤติกรรม
เพื่อลดความเสี่ยงมะเร็งกระเพาะอาหาร ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้:
- ลดความถี่ในการกินอาหารรสเผ็ดจัด เหลือไม่เกิน 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์
- หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ โดยเฉพาะเมื่อทานอาหารเผ็ด
- เพิ่มผักผลไม้สดในมื้ออาหาร โดยเฉพาะที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง
- ตรวจสุขภาพเป็นประจำ โดยเฉพาะการส่องกล้องกระเพาะอาหารสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงสูง
การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินแม้เพียงเล็กน้อยสามารถลดความเสี่ยงโรคร้ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ การกินเผ็ดในปริมาณพอเหมาะและเลือกวัตถุดิบที่สดใหม่จะช่วยให้เพลิดเพลินกับรสชาติที่ชอบโดยไม่ทำร้ายสุขภาพในระยะยาว



