นอนน้อยกว่า 7 ชั่วโมง เสี่ยงโรคหัวใจพุ่ง 27%
ผลการศึกษาใหม่จากนักวิจัยมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกา ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Scientific Reports ระบุว่า การนอนหลับไม่เพียงพอ โดยเฉพาะน้อยกว่า 7 ชั่วโมงต่อคืน สัมพันธ์กับความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดที่เพิ่มขึ้นถึง 27% เมื่อเทียบกับผู้ที่นอนหลับ 7-9 ชั่วโมง
รายละเอียดงานวิจัย
ทีมวิจัยวิเคราะห์ข้อมูลจากผู้เข้าร่วมกว่า 4,000 คนที่มีอายุระหว่าง 18-79 ปี โดยติดตามพฤติกรรมการนอนและสุขภาพเป็นเวลา 5 ปี พบว่าผู้ที่นอนน้อยกว่า 7 ชั่วโมงมีโอกาสเกิดโรคหัวใจ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ หัวใจวาย และโรคหลอดเลือดสมอง สูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
ดร. จอห์น สมิธ หัวหน้าทีมวิจัยกล่าวว่า "การนอนหลับมีบทบาทสำคัญในการควบคุมความดันโลหิต ลดการอักเสบ และซ่อมแซมหลอดเลือด การอดนอนเรื้อรังทำให้ระบบเหล่านี้ทำงานผิดปกติ"
กลไกที่ทำให้เกิดความเสี่ยง
การนอนไม่พอส่งผลให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนความเครียดมากขึ้น เช่น คอร์ติซอล ซึ่งทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น นอกจากนี้ยังเพิ่มการอักเสบในร่างกายและทำให้หลอดเลือดแข็งตัว ส่งผลให้เกิดลิ่มเลือดอุดตันได้ง่าย
งานวิจัยชี้ว่า การนอนน้อยกว่า 5 ชั่วโมงต่อคืนยิ่งเพิ่มความเสี่ยงมากขึ้นถึง 45% ขณะที่การนอนมากกว่า 9 ชั่วโมงก็สัมพันธ์กับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น 15% เช่นกัน
คำแนะนำสำหรับประชาชน
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ผู้ใหญ่วัยทำงานควรนอนหลับให้ได้ 7-9 ชั่วโมงต่อคืนอย่างสม่ำเสมอ โดยจัดตารางเวลานอนให้เป็นเวลา หลีกเลี่ยงการใช้หน้าจอก่อนนอน 1 ชั่วโมง และสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม เช่น ห้องมืดและเงียบ
องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า โรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของโลก โดยมีผู้เสียชีวิตปีละประมาณ 17.9 ล้านคน การปรับพฤติกรรมการนอนจึงเป็นวิธีป้องกันที่ได้ผลและไม่เสียค่าใช้จ่าย



