เตือนภัย! ไข้หวัดนก H5N1 ระบาดในนมวัวสหรัฐ ติดเชื้อในคนแล้ว 1 ราย
เตือนภัย! ไข้หวัดนก H5N1 ระบาดในนมวัวสหรัฐ ติดเชื้อในคนแล้ว 1 ราย

องค์การอนามัยโลก (WHO) ออกประกาศเตือนภัย หลังพบการระบาดของไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N1 ในโคนมของสหรัฐอเมริกา โดยพบการติดเชื้อในมนุษย์แล้ว 1 ราย ซึ่งเป็นพนักงานในฟาร์มโคนมที่สัมผัสกับสัตว์ที่ติดเชื้อโดยตรง นับเป็นครั้งแรกที่มีการแพร่เชื้อจากวัวสู่คนในลักษณะนี้

การระบาดในโคนม 8 รัฐ

กระทรวงเกษตรสหรัฐ (USDA) รายงานว่า ตรวจพบเชื้อไข้หวัดนก H5N1 ในโคนมอย่างน้อย 8 รัฐ ได้แก่ เท็กซัส แคนซัส นิวเม็กซิโก โอไฮโอ มิชิแกน ไอดาโฮ เซาท์ดาโคตา และโคโลราโด โดยคาดว่าการแพร่ระบาดอาจเริ่มขึ้นเมื่อหลายเดือนก่อน แต่เพิ่งตรวจพบในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2567 หลังจากวัวแสดงอาการผิดปกติ เช่น ผลิตน้ำนมลดลง เบื่ออาหาร และมีไข้

ทั้งนี้ USDA ระบุว่า ไวรัสที่พบในโคนมมีสารพันธุกรรมใกล้เคียงกับสายพันธุ์ที่แพร่ระบาดในนกป่าและสัตว์ปีกในสหรัฐ ซึ่งบ่งชี้ว่าวัวอาจติดเชื้อจากนกที่อพยพผ่านมา อย่างไรก็ตาม ยังไม่พบหลักฐานการแพร่เชื้อระหว่างวัวด้วยกันเองในวงกว้าง

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ติดเชื้อในมนุษย์รายแรก

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐ (CDC) ยืนยันพบผู้ติดเชื้อไข้หวัดนก H5N1 รายแรกในมนุษย์จากโคนม โดยเป็นพนักงานฟาร์มในรัฐเท็กซัส ซึ่งมีอาการตาแดง (เยื่อบุตาอักเสบ) เพียงเล็กน้อย และหายดีแล้วโดยไม่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ผู้ติดเชื้อรายนี้สัมผัสกับวัวที่ป่วยโดยตรง โดยไม่ได้สวมอุปกรณ์ป้องกันดวงตาที่เหมาะสม

ดร.เดมี โธมัส หัวหน้าเจ้าหน้าที่การแพทย์ของ CDC กล่าวว่า "ความเสี่ยงต่อประชาชนทั่วไปยังคงต่ำ แต่ผู้ที่ทำงานใกล้ชิดกับสัตว์ปีกหรือโคนมควรระมัดระวังเป็นพิเศษ" ขณะที่องค์การอาหารและยาสหรัฐ (FDA) ระบุว่า การตรวจพบเชื้อในนมวัวที่วางขายในท้องตลาด 1 ใน 5 ตัวอย่างนั้น เป็นเพียงซากของไวรัสที่ถูกความร้อนฆ่าตายแล้ว ไม่มีชีวิต ไม่สามารถก่อโรคได้

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

คำแนะนำ: หลีกเลี่ยงนมดิบ

FDA และ CDC แนะนำให้ผู้บริโภคหลีกเลี่ยงการดื่มนมดิบหรือผลิตภัณฑ์จากนมดิบ เนื่องจากกระบวนการพาสเจอร์ไรซ์สามารถฆ่าเชื้อไวรัส H5N1 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยนมที่ผ่านการพาสเจอร์ไรซ์ยังคงปลอดภัยต่อการบริโภค

นอกจากนี้ หน่วยงานยังแนะนำให้เกษตรกรและผู้เลี้ยงโคนมสวมอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) เช่น แว่นตา ถุงมือ และหน้ากาก เมื่อต้องสัมผัสกับสัตว์ที่สงสัยว่าป่วย รวมถึงเฝ้าระวังอาการผิดปกติในโคนมอย่างใกล้ชิด

ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมนมและเศรษฐกิจ

การระบาดครั้งนี้ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมนมของสหรัฐ โดยราคานม futures ในตลาดซื้อขายล่วงหน้าลดลง 2.3% ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากความกังวลว่าผู้บริโภคอาจลดการบริโภคนม อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์คาดว่าผลกระทบจะจำกัดในระยะสั้น เนื่องจากนมพาสเจอร์ไรซ์ยังคงปลอดภัย

สมาคมผู้ผลิตนมแห่งสหรัฐ (NMPF) ออกแถลงการณ์ย้ำว่าอุตสาหกรรมนมให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของอาหาร และปฏิบัติตามมาตรฐานการพาสเจอร์ไรซ์อย่างเคร่งครัด

การเฝ้าระวังของ WHO และไทย

WHO เรียกร้องให้ประเทศต่างๆ เพิ่มความระมัดระวังในการเฝ้าระวังไข้หวัดนก โดยเฉพาะในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ซึ่งอาจเป็นแหล่งรวมยีน (mixing vessel) ที่ทำให้ไวรัสกลายพันธุ์จนสามารถแพร่ในมนุษย์ได้ง่ายขึ้น

ในประเทศไทย กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้ประกาศเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการนำเข้าผลิตภัณฑ์นมจากสหรัฐ รวมถึงการตรวจสอบฟาร์มโคนมในประเทศ แม้ยังไม่พบรายงานการติดเชื้อในโคของไทย

นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า "ไทยยังคงปลอดภัยจากไข้หวัดนกสายพันธุ์นี้ แต่ประชาชนควรบริโภคนมที่ผ่านการพาสเจอร์ไรซ์เท่านั้น และหลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ปีกหรือสัตว์ที่ป่วยโดยไม่มีการป้องกัน"