พาณิชย์เผยส่งออกไทย มิ.ย.67 ขยายตัว 2.6%
พาณิชย์เผยส่งออกไทย มิ.ย.67 ขยายตัว 2.6%

กระทรวงพาณิชย์เปิดเผยตัวเลขการส่งออกของไทยในเดือนมิถุนายน 2567 ว่ามีมูลค่า 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 2.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หากหักทองคำและอาวุธ ขยายตัว 2.7% โดยการนำเข้ามีมูลค่า 2.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 0.9% ส่งผลให้เกินดุลการค้า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรขยายตัว

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรในเดือนมิถุนายน 2567 ขยายตัว 14.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยสินค้าที่ขยายตัวดี เช่น ข้าว ขยายตัว 42.1% ยางพารา 24.1% ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง 19.4% อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป 17.2% น้ำมันปาล์ม 98.2% และมันสำปะหลัง 19.1%

สินค้าอุตสาหกรรมชะลอตัว

การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมในเดือนมิถุนายน 2567 หดตัว 0.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยสินค้าที่หดตัว เช่น รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ หดตัว 6.3% อุปกรณ์กึ่งตัวนำ ทรานซิสเตอร์และไดโอด หดตัว 14.9% และแผงวงจรไฟฟ้า หดตัว 2.7% อย่างไรก็ตาม สินค้าที่ขยายตัว เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขยายตัว 28.7% เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ขยายตัว 8.7% และเครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ ขยายตัว 16.4%

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ตลาดส่งออกหลักขยายตัว

การส่งออกไปยังตลาดหลักในเดือนมิถุนายน 2567 ส่วนใหญ่ขยายตัว โดยสหรัฐฯ ขยายตัว 6.3% สหภาพยุโรป (27 ประเทศ) ขยายตัว 4.1% จีน ขยายตัว 4.2% ญี่ปุ่น ขยายตัว 3.5% อาเซียน (5 ประเทศ) ขยายตัว 3.9% CLMV ขยายตัว 4.5% และตลาดอื่นๆ ขยายตัว 5.5% ส่วนตลาดที่หดตัว เช่น ตะวันออกกลาง หดตัว 4.4% แอฟริกา หดตัว 3.6% และลาตินอเมริกา หดตัว 1.6%

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ภาพรวม 6 เดือนแรกปี 2567

สำหรับการส่งออกในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2567 (มกราคม-มิถุนายน) มีมูลค่ารวม 1.45 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 2.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 1.41 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 3.0% ส่งผลให้เกินดุลการค้า 4,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

นายพูนพงษ์กล่าวว่า การส่งออกของไทยยังคงมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากเศรษฐกิจโลกที่ปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะสหรัฐฯ และจีน รวมถึงความต้องการสินค้าเกษตรและอาหารที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามปัจจัยเสี่ยง เช่น ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ อัตราแลกเปลี่ยน และมาตรการกีดกันทางการค้า