เงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างรุนแรงในวันนี้ (24 มีนาคม 2568) โดยแตะระดับ 34.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 31 เดือน นับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2565 สร้างความกังวลให้กับภาคธุรกิจส่งออกและท่องเที่ยว
ปัจจัยหนุนค่าเงินบาทแข็งค่า
นักวิเคราะห์จากศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า การแข็งค่าของเงินบาทในครั้งนี้มีสาเหตุหลักมาจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลง หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ย รวมถึงราคาทองคำที่ปรับตัวสูงขึ้นแตะระดับ 3,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นปัจจัยดึงดูดเงินทุนไหลเข้าสู่ตลาดทองคำและค่าเงินในภูมิภาค
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย
การแข็งค่าของเงินบาทส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคการส่งออก เนื่องจากสินค้าไทยมีราคาแพงขึ้นในตลาดโลก ทำให้ความสามารถในการแข่งขันลดลง ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวได้รับผลบวกจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ทำให้นักท่องเที่ยวมีกำลังซื้อลดลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่น
นางสาวกัญญ์ชลา ศรีนาคา ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจและการลงทุน ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า "การแข็งค่าของเงินบาทในระดับนี้จะส่งผลให้รายได้จากการส่งออกลดลงประมาณ 2-3% ในไตรมาสแรกของปีนี้ โดยเฉพาะสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมที่พึ่งพาตลาดต่างประเทศ"
แนวโน้มค่าเงินบาทในระยะสั้น
นักเศรษฐศาสตร์คาดว่า เงินบาทจะยังคงแข็งค่าในกรอบ 33.80-34.20 บาทต่อดอลลาร์ในระยะสั้น โดยมีปัจจัยเสี่ยงจากนโยบายการเงินของเฟดและการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ อย่างไรก็ตาม หากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีมาตรการดูแลค่าเงินเพิ่มเติม อาจช่วยชะลอการแข็งค่าได้
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์รายงานว่า มูลค่าการส่งออกของไทยในเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ขยายตัว 4.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่หากเงินบาทยังคงแข็งค่าในระดับสูง อาจส่งผลให้การส่งออกในเดือนมีนาคมชะลอตัวลง



