ฮั่วเซ่งเฮง ออกบทวิเคราะห์ระบุว่า ตลาดทองคำกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) และอัตราผลตอบแทนที่แท้จริง (Real Yield) กำลังกลายเป็นปัจจัยหลักที่กำหนดทิศทางราคาทองคำ แทนที่ปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่มีอิทธิพลในอดีต
เฟดลดบทบาท Forward Guidance ตลาดพันธบัตรกลับมามีน้ำหนัก
ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีแนวโน้มลดการสื่อสารเชิงชี้นำล่วงหน้า (Forward Guidance) เปิดโอกาสให้ตลาดสะท้อนมุมมองต่ออัตราดอกเบี้ย เงินเฟ้อ และแนวโน้มเศรษฐกิจผ่านกลไกราคามากขึ้น ส่งผลให้ตลาดพันธบัตรกลับมามีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางสินทรัพย์การเงิน โดยเฉพาะทองคำ
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวคล้ายกับนโยบายในอดีตที่ให้ตลาดประเมินภาวะเศรษฐกิจและทิศทางดอกเบี้ยผ่านกลไกราคา มากกว่าการพึ่งพาการสื่อสารจากเฟด ทำให้ตลาดต้องตีความข้อมูลเศรษฐกิจและประเมินแนวโน้มนโยบายการเงินด้วยตนเอง
Bond Yield ผันผวนสูง สะท้อนการประเมินนโยบายการเงิน
ความผันผวนของ Bond Yield ทั้งอายุ 2 ปีและ 10 ปีเพิ่มสูงขึ้น สะท้อนว่าตลาดกำลังประเมินทิศทางนโยบายการเงินภายใต้ข้อมูลเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลง แม้แรงกดดันราคาพลังงานเริ่มผ่อนคลาย แต่ตลาดยังคงให้น้ำหนักกับทิศทางดอกเบี้ยและ Bond Yield มากกว่าปัจจัยต้นทุนพลังงาน
การปรับขึ้นของ Bond Yield ส่งผลต่อเศรษฐกิจจริงผ่านต้นทุนการกู้ยืมที่เพิ่มขึ้น ทั้งสินเชื่อภาคครัวเรือน ธุรกิจ และการระดมทุนของรัฐ ซึ่งอาจชะลอการบริโภคและการลงทุนในระยะต่อไป
Real Yield ตัวชี้วัดต้นทุนค่าเสียโอกาสทองคำ
Real Yield หรืออัตราผลตอบแทนพันธบัตรหลังหักเงินเฟ้อ เป็นปัจจัยที่นักลงทุนควรให้ความสำคัญมากขึ้น เพราะสะท้อนต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือครองทองคำได้ชัดเจน หากเฟดคงดอกเบี้ยสูง ขณะที่เงินเฟ้อชะลอตัว Real Yield จะปรับขึ้น กดดันความต้องการถือทองคำในระยะสั้น
อย่างไรก็ตาม หาก Bond Yield ปรับขึ้นจากความกังวลเงินเฟ้อ ความเสี่ยงทางการคลัง หรือกระทบต่อเศรษฐกิจและเสถียรภาพตลาดการเงิน ทองคำยังมีโอกาสกลับมาเป็นที่สนใจในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยและเครื่องมือกระจายความเสี่ยง
ภูมิรัฐศาสตร์ไม่ใช่ปัจจัยเดียวอีกต่อไป
ฮั่วเซ่งเฮงมองว่า ราคาทองคำไม่ได้ตอบสนองต่อปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์เพียงอย่างเดียวเหมือนในอดีต แต่ยังขึ้นอยู่กับ Bond Yield และ Real Yield อย่างใกล้ชิด แม้เกิดเหตุการณ์ความไม่แน่นอนทางการเมืองหรือความขัดแย้งระหว่างประเทศ ราคาทองคำอาจปรับขึ้นได้จำกัด หากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรและดอกเบี้ยที่แท้จริงยังอยู่ในระดับสูง
การที่เฟดลดบทบาท Forward Guidance ยังทำให้ตลาดตอบสนองต่อข้อมูลเศรษฐกิจแต่ละช่วงเวลามากขึ้น ส่งผลให้ความผันผวนของสินทรัพย์ รวมถึงทองคำ มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยราคาทองคำอาจตอบสนองต่อข้อมูลเศรษฐกิจ การคาดการณ์ดอกเบี้ย และการเปลี่ยนแปลงของ Bond Yield ได้รวดเร็วและรุนแรงขึ้น
นักลงทุนไทยต้องติดตามทั้งปัจจัยในประเทศและต่างประเทศ
สำหรับนักลงทุนไทย นอกจากการติดตามราคาทองคำโลกแล้ว ควรให้ความสำคัญกับทิศทาง Bond Yield, Real Yield, ค่าเงินดอลลาร์ และค่าเงินบาทควบคู่กัน เนื่องจากราคาทองคำในประเทศได้รับอิทธิพลจากทั้งราคาโลกและอัตราแลกเปลี่ยน หากดอลลาร์แข็งค่าควบคู่กับเงินบาทอ่อนค่า แรงกดดันต่อราคาทองคำโลกอาจถูกชดเชยบางส่วนผ่านราคาทองคำในประเทศ
ฮั่วเซ่งเฮงประเมินว่า Bond Yield และ Real Yield จะเป็นตัวแปรสำคัญที่สุดที่นักลงทุนต้องติดตามในระยะต่อไป เพราะไม่เพียงสะท้อนทิศทางนโยบายการเงินของเฟด แต่ยังเป็นตัวกำหนดจังหวะการเคลื่อนไหวของตลาดทองคำในโลกการลงทุนยุคใหม่



