น้ำท่วมภาคใต้กระทบหนัก สถานพยาบาล 45 แห่งถูกน้ำท่วม
น้ำท่วมภาคใต้กระทบหนัก สถานพยาบาล 45 แห่งถูกน้ำท่วม

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทยยังคงทวีความรุนแรง ส่งผลกระทบต่อสถานพยาบาลจำนวนมาก โดยกระทรวงสาธารณสุขรายงานว่า มีสถานพยาบาลถูกน้ำท่วมทั้งสิ้น 45 แห่ง ในจำนวนนี้เป็นโรงพยาบาล 11 แห่ง และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) 34 แห่ง ส่งผลให้การให้บริการด้านสาธารณสุขในพื้นที่ประสบภัยต้องหยุดชะงัก

ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 3 ราย

จากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย โดย 2 รายแรกเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดินสไลด์ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช และอีกรายเสียชีวิตจากการจมน้ำในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ขณะที่ยังคงมีผู้สูญหายอีก 1 รายในจังหวัดนครศรีธรรมราช เจ้าหน้าที่ยังคงเร่งค้นหาอย่างต่อเนื่อง

8 จังหวัดประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ

ผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ได้ประกาศเขตพื้นที่ภัยพิบัติแล้ว 8 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดนครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ชุมพร ระนอง พังงา กระบี่ ตรัง และพัทลุง โดยมีประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 100,000 ครัวเรือน หน่วยงานท้องถิ่นได้จัดตั้งศูนย์อำนวยการและประสานงานเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผลกระทบต่อระบบสาธารณสุข

นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า โรงพยาบาลที่ถูกน้ำท่วมต้องหยุดให้บริการบางส่วน โดยเฉพาะแผนกผู้ป่วยนอกและห้องฉุกเฉินที่ต้องย้ายไปยังพื้นที่ปลอดภัย พร้อมทั้งขอความร่วมมือประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังสถานพยาบาลที่ได้รับผลกระทบ เว้นแต่กรณีฉุกเฉิน

นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้สั่งการให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในพื้นที่เร่งสำรวจความเสียหายและจัดส่งทีมแพทย์เคลื่อนที่เพื่อให้บริการแก่ประชาชนในพื้นที่ประสบภัย โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยติดเตียงและผู้สูงอายุที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

การช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆ

กองทัพบกและกองทัพเรือได้ระดมกำลังพลและยุทโธปกรณ์เข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย รวมถึงการนำเรือท้องแบนและเฮลิคอปเตอร์เข้าช่วยเหลือผู้ที่ติดค้างในพื้นที่น้ำท่วมสูง ส่วนกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้แจกจ่ายถุงยังชีพและเครื่องอุปโภคบริโภคให้แก่ผู้ประสบภัยแล้วกว่า 50,000 ชุด

นายกรัฐมนตรีได้แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และสั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการฟื้นฟูระบบสาธารณสุขให้กลับมาให้บริการได้โดยเร็วที่สุด

แนวโน้มสถานการณ์

กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ปริมาณฝนในพื้นที่ภาคใต้จะเริ่มลดลงในอีก 2-3 วันข้างหน้า แต่ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด